ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย

........................ศิลาจารึก เป็นสิ่งที่ให้ความรู้ในด้านภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์และนิรกติศาสตร์เป็นส่วนใหญ่
ในส่วนของเนื่อหาสาระถือเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เสดงของวัฒธรรมของชนชาติเจ้าของจารึกว่ามีความเป็นมาอย่างไร
และเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของเเผ่นดินเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้
ศิลาจารึกสุโขทัยที่พบและอ่านแล้วมีไม่น้อยกว่า ๑๐๐หลักที่สำคัญมีดังนี้

ศิลาจารึกหลักที่ ๑
มีลักษณะเป็นแท่งหินสี่เหลี่ยม สูง ๑เมตร ๑๑ ซ.ม หนา๓๕ ซ.ม ๔ด้าน
ในจารึกให้ข้อมูลว่าพ่อขุนรามคำแหงทรงคิดประดิษอักษรไทยขึ้นในปีมหาศักราช๑๒๐๕
ซึ้งตรงกับปี พ.ศ.๑๘๒๖ ต่อมาในปีมหาสักราช๑๒๑๔(พ.ศ.๑๕๒๔)
พ่อขุนรามคำแหงทรงให้ช่างนำหินทรายแป้งมาทำพระแท่นชื่อพระแท่นมนังคศิลามาตรตั่งไว้กลางดงตาล ในวันพระแปดคํ่า
สิบห้าคํ่าจะนิมลต์พระเถระขึ่นนั่งแท่นแล้วแสดงธรรมให้ลูกเจ้าลูกขุนไพร่ ฟ้าข้าไทท่วยปั่งท่วยนางทั้งหลายได้สดับรับฟังในวันธรรมดา
พ่อขุนรามคำแหงทรงขึ้นนั่งประทับว่าราชการงานเมื่องและตัดสินคดีความที่ไพร่ฟ้าหน้าปกมาร้องทุกข์
์ทรงโปรดแขวนกระดิ่งไว้เพื่อให้ผู้มีความทุกข์ร้อนมาสั่นกระดิ่งร้องทุกข์
..ในด้านการปกครองจารึกมีอานาณเขตกว้างใหญ่ไพศาลทิศตะวันออกจรดตั่งแต่เมื่องสองแคว(พิษณุโลก)
เมื่องเลย จากลุมบาจายสะคา ไปถึงเวียงจันทร์ ทิศไต้ตั่งแต่สุพรรณ ราชบุรี เลยนครศรีธรรมราชไปสุดแผ่นดินจรดทะเลทิศตะวันตกเลย
เมื่องฉอดไปถึงหงสาวดีมีมหาสมุทรเป็นแดน ทิศเหนือถึง แพร น่าน ข้ามฝังโขง่ ไปถึงหลวงพระบาง

ศิลาจารึกวัดศรีชุม (จารึกหลักที่๒)
ทำด้วยหินดาน เป็นรูปใบเสมา กว้าง๖๗ ซ.ม สูง๒๗๔ ซ.ม
.สาระสำคํญของจารึกหลักนี้ กล่าสวถึง สมัยพ่อขูนอินทราทิตย์ ท่านเกิดในเมืองสรสางสองแคว (พิษณุโลก)เป็นโอรสของ พระยาคำแหงพระราม
เป็นหลานปู่พ่อนาวนำถม หรือพระยาศรีนาวนำถม วึ่งเสวยราชย์ในนครสองอันชื่อ สุโขไท และ สรีเสชนาไล
(ศรีสัชนาลัย)ภายหลังประทับอยู่สุโขทัยแห่งเดียวส่วนศรีสัชนาลัยแต่งตั้งอุปราชปกครอง

ศิลาจารึกนครชุม (จารึกหลักที่๓)
..............................ทำด้วยหินทรายแป้งรูปใบเสมา กว้าง๔๗ ซ.ม สูง๑๙๓ ซ.ม หนา๖ ซ.ม
สาระสำคัญของจารึกนครชุมบอกให้ทราบในเบื้องต้นว่า พระยาลือไทยเสวยราชที่เมืองศรีสัชนาลัย ประมาณปีพ.ศ๑๘๙๐
และทรงใด้พระบรมมสารีริกธาตุ พร้อมกิ่งพระศรีมหาโพธิ์จากลังกาทวีป ในปีพ.ศ๑๙๐๐ จึงทรงนำไปประดิษฐานในเมืองนครชุม
และจารึกว่า.."ผิผู้ใดได้ไหว้นบกระทำบูชาศรีรัตนะมหาธาต และพระศรีมหาโพธิ์ว่ามีอนิสงฆ์พรำเสมอดังใด้นบตนพระเป็นเจ้าบ้างแลุ

ศิลา.จารึกภาษาเขมร(จารึกหลักที่๔)
..............................ทำด้วยหินทรายแปรเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกระโจมกว้าง๓๐ซ.ม สูง๒๐๐ซ.ม หนา๑๒๘ซ.ม จาลึกอักษรไทย ภาษาเขมร
สร้างเมื่อปีพ.ศ1904 ปัจจุบันอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติพระนคร
สาระสำคัญคือ พระยาสิไทยทรงอาราชนาสมเด็จพระมหาสามีสังฆราชจากนครพินมาสุโขทัย เพื่อทรงเป็นพระอุปัชฌาย์
์ในการทรงผนวชของพระองค์แล้วเล่าเรื่องพระยาลิไทยยกพลจาก ศรีสัธนาลัยยึดสุโขทัยขึ้นครองราช ตามสิทธิอันชอบธรรม

ศิลาจารึกวัดป่าม่วง (จารึกหลักที่๕)
..............................ทำด้วยหินทรายเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกะโจมกว้างด้านละ๒๘ซ.ม สูง๑๑๕ซ.ม
สาระสำคัญจารึกบอกว่าบริเวณวัดป่าม่วงเป็นรมณียสถานที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงปลูกมะม่วงไว้เป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อปีพ.ศ1904 ได้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชและเป็นที่พัทรสีมาที่ทรงผนวชของ
สมเด็จพระศรีสุริยะพงศ์รามมหาธรรมราชาธิราช

ศิลาจารึกภาษาบาลี (จารึกหลักที่๖)
..............................ทำด้วยหินแปร รูปสี่เหลี่ยมทรงกระโจม กว้างด้านละ๓๓ซ.ม สองด้าน กว้างด้านละ๒๗ซ.มสองด้าน สูง๑๗๐ซ.ม
สาระสำคัญจารึกเป็นนิพนธิ์ของสมเด็จพระมหาสามีสังฆราช พระอุปัชฌาของพระมหาธรรมราชาที่ทรงผนวชด้วย
พระราชศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา

ศิลาจารึกวัดป่าม่วง (จารึกหลักที่๗)
.............................ทำด้วยหินทรายแปร เป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ๑๒ซ.ม สองด้าน ด้านละ๒๘ซ.ม สองด้าน สูง๑๒๓ซ.ม
จารึกหลักนี้ชำรุดมากด้านที่๑และด้านที่๓อ่านจับใจความไม่ใด้ ด้านที่๒ และด้านที่๔พอจับใจความใด้บ้าง เป็นจารึกเรื่องราวการสร้างถาวรวัตถุต่างๆในวัดป่าม่วง เช่น กุฏิ พิหารสัมากระลาอุโบสถ และการทรงผนวช
ของสมเด็จพระศรีสุริยะพงศ์รามมหาราชาธิราช

นอกจากศิลาจารึกที่ใด้กล่าวมายังมีศิลาจารึกสำคัญๆของสุโขทัย ที่ให้ความรู้ประวัตฺศาสตร์ โบราณคดี ภาษา ศิลปวัฒนธรรม
ในอดีตมากมาย เช่น จารึกเขาสุมนกุฎ จารึกวัดพระยืน จารึกวัดสรศักดิ์ จารึกกฎหมายลักษณะโจร จารึกปู่สบถ จารึกวัดเขากบ
จารึกวัดเขมา จารึกวัดป่าแดง จารึกพระธรรมกาย จารึกพระอภิธรรม จารึกวัดตาเถรขี้หนัง จารึกวัดกำแพงงาม
กับจารึกอื่นๆอีกมากมาย เป็นหลักฐานสำคัญของชนชาตฺไทย

Ref : http://www.go-siam.net/sila2.html 28/02/2008