การพบปะติดต่อไปมาหาสู่เพื่อปูทางสู่การฟื้นความสัมพันธ์ไทย-จีน

30 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ความร่วมมือระหว่างกัลยาณมิตร 2518-2548

            เฉิงรุ่ยเซิงได้กล่าวว่า "การทูตปิงปอง" ใน พ.ศ. 2515 เป็นการโหมโรงในการดำเนินการเจรจารื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2515 กงสุลใหญ่ที่ฮ่องกง นายประชา คุณะเกษม ได้รับการติดต่อจากผู้แทนของจีนในฮ่องกงว่า สภาเพื่อการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน (China Council for the Promotion of International Trade) ขอเชิญคณะผู้แทนไทยไปชมงานแสดงสินค้าครั้งที่ 32 ที่นครกวางเจา ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2515 เป็นเวลา 1 เดือน คณะผู้แทนการค้าไทย ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการและนักธุรกิจ คือ นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เป็นหัวหน้าคณะ นายวิจารณ์ นิวาตวงศ์ รักษาการปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองหัวหน้าคณะ และนายประชา คุณะเกษม กงสุลใหญ่ เป็นที่ปรึกษา และพ่อค้าไทย 12 คน เช่น นายถาวร พรประภา นายเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง นายพงศ์ สารสิน เป็นต้น ได้เดินทางไปชมการแสดงสินค้าครั้งที่ 12 ที่เมืองกวางเจา มณฑลกวางตุ้ง และได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรีของจีน หลี่เซี่ยนเนียน โดยมีนายลู่เวิ่นเจา อธิบดีกรมเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน เข้าร่วมสนทนาด้วย นับเป็นคณะผู้แทนไทยชุดที่ 2 ที่เยือนจีน

            การพบปะติดต่อพูดคุยระหว่างนักการทูตของไทยและจีนได้มีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่องค์การสหประชาชาติ ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ สมัยสามัญที่ 27 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2515 ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นประธานของกลุ่มประเทศเอเชีย จึงมีโอกาสพูดคุยพบปะกับผู้แทนจีนในหลายประเด็น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากฝ่ายจีนเป็นอย่างดี นายพจน์ สารสิน หัวหน้าคณะผู้แทนไทยและนายอนันท์ ปันยารชุน ผู้แทนถาวรไทย ณ สหประชาชาติ ได้พบปะกับนายเฉียวกวนหวา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน หัวหน้าคณะผู้แทนจีน นับเป็นการพบปะเจรจาอย่างเป็นทางการครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่คณะทูตถาวรจีนยังได้เข้าร่วมงานเฉลิมพระชนพรรษาด้วย

            ต่อมากระทรวงต่างประเทศได้มีหนังสือที่ กต. 0100/371 ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2516 ให้เอกอัครราชทูตไทยติดต่อกับเอกอัครราชทูตจีนได้ สำหรับประเทศที่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยและจีนตั้งอยู่ เพื่อแสดงอัธยาศัยไมตรีและท่าทีของไทยว่า ไม่ได้มุ่งร้ายกับจีนและพร้อมจะคบค้ากับจีน

            วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2516 คณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เดินทางมาถึงสนามบินดอนเมือง เพื่อแวะพักระหว่างเดินทางต่อไปยังกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เพื่อดูงานขององค์การอนามัยโลก นายแพทย์สมบูรณ์ วัชโรทัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับเพื่อแสดงไมตรีจิตและอำนวยความสะดวก ซึ่งผู้แทนของจีนได้กล่าวขอบคุณทางการไทย

            การพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่การทูตของไทยและจีนได้มีขึ้นอีกในระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสำหรับเอเชียและตะวันออกไกล (ECAFE) ระหว่างวันที่ 11 - 23 เมษายน พ.ศ. 2516 เฉิงรุ่ยเซิง ผู้อำนวยการกองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรมเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งร่วมไปกับคณะผู้แทนของจีน ได้แนะนำตัวในการพบปะพูดคุยฉันท์มิตรกับ นายเตช บุนนาค หัวหน้ากองเอเชียตะวันออก กรมการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งร่วมอยู่ในคณะผู้แทนของไทย เฉิงรุ่ยเซิงได้ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า "การทูตริมระเบียง" (Corridor Diplomacy) ที่โตเกียวครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างเขากับนายเตช บุนนาค และเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การเจรจาเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-จีนระหว่างกระทรวงต่างประเทศทั้งสอง

            ต่อมาสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยทราบข่าวว่า จีนกำลังส่งคณะนักกีฬาปิงปองไปแข่งขันเชื่อมมิตรภาพที่มาเลเซียและพม่า จึงส่งคำเชิญไปยังคณะกรรมการการกีฬาของจีนให้ส่งคณะนักกีฬาชุดนี้มาแข่งขันที่ประเทศไทยด้วย โดยมีนายเล็งเลิศ ใบหยก เหรัญญิกสมาคมฯ เป็นผู้ติดต่อประสานงาน คณะนักกีฬาปิงปองของจีนเดินทางมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2516 โดยมี จวงเจ๋อตุง รองประธานสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศจีนและอดีตแชมป์โลก 3 สมัย เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยนักกีฬาทีมชาติจากปักกิ่ง และนักกีฬาจากมณฑลหยุนนาน รวม 18 คน โดยกระทรวงการต่างประเทศของจีนส่ง เฉิงรุ่ยเซิง ในฐานะกรรมการสมาคมมิตรภาพวิเทศสัมพันธ์ มาเป็นรองหัวหน้าคณะ

            เฉิงรุ่ยเซิงได้เขียนไว้ว่ารู้สึกดีใจที่เห็น นายเตช บุนนาค จากกระทรวงการต่างประเทศไทยมาต้อนรับคณะนักกีฬา และในระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับยังได้พบเจ้าหน้าที่การทูตไทยอีก 2 คน คือ นายอาสา สารสิน เลขานุการรัฐมนตรีต่างประเทศ และนายสุธี ประศาสน์วินิจฉัย รองอธิบดีกรมการเมืองนอกจากนั้น ยังได้รับแจ้งจากนายเล็งเลิศ ใบหยก ว่า พล.ต. ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย อยากพบปะพูดคุยด้วย ซึ่งเฉิงรุ่ยเซิงก็ไม่ขัดข้อง แต่อยากให้เป็นการพบปะแบบไม่เป็นทางการ

            ในวันรุ่งขึ้น 18 มิถุนายน คณะนักกีฬาปิงปองไปเยี่ยมชมฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ นายเตช บุนนาค และนายอาสา สารสิน จากกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้มาพบเฉิงรุ่ยเซิง เพื่อพูดคุยปรึกษาหารือเกี่ยวกับการปรับความสัมพันธ์ไทย-จีน ตลอดจนสถานการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฝ่ายไทยได้แสดงทัศนะว่า ประชาชนชาวไทยและชาวจีนเป็นมิตรกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ประเทศไทยปรารถนาที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนให้ใกล้ชิดกันอีก เฉิงรุ่ยเซิงได้แสดงท่าทีว่า แม้ว่าความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยกับจีนได้หยุดชะงัก อันเป็นเพราะสถานการณ์ในเอเชียและในโลกขณะนั้น ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลง หวังว่าไทยและจีนจะกุมโอกาสที่เป็นประโยชน์ที่จะขยายการติดต่อไปมาหาสู่กัน และค่อยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน จีนยึดหลัก 5 ประการของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กิจการภายในของแต่ละประเทศเป็นเรื่องของประชาชนแต่ละประเทศจะดำเนินการเอง ไม่ควรแทรกแซงกิจการภายใน ส่วนสถานการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้จีนกับไทยจะมีท่าทีที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองประเทศควรแสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง ไม่ปล่อยให้ความแตกต่างมีผลต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน

            ต่อมาในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2516 พล.ต. ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้เชิญเฉิงรุ่ยเซิงไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านพัก โดยมีนายอาสา สารสิน นายสุธี ประศาสน์วินิจฉัย และนายเตช บุนนาค เข้าร่วมรับประทานอาหารด้วย และสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน เฉิงรุ่ยเซิงได้เชิญ พล.ต. ชาติชาย ชุณหะวัณ ให้ไปเยือนประเทศจีน กระทรวงการต่างประเทศไทยได้แถลงข่าวการพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการนี้ว่า "เป็นประโยชน์ต่อการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับประเทศไทย"

            ระหว่างวันที่ 5 - 22 สิงหาคม พ.ศ. 2516 คณะนักกีฬาแบดมินตันของไทยซึ่งมี พล.ต.ท. ชุมพล โลหะชาละ เป็นหัวหน้าคณะ เดินทางไปแข่งขันในจีน โดยมีนายแผน วรรณเมธี อธิบดีกรมการเมือง และนายเตช บุนนาค หัวหน้ากองเอเชียตะวันออก กรมการเมือง ร่วมเดินทางไปด้วย ฝ่ายไทยได้รับมอบหมายให้เจรจากับฝ่ายจีน โดยได้พบกับ นายลูเวิ่นเจา อธิบดีกรมเอเชีย นายเฉิงรุ่ยเซิง รองอธิบดีกรมเอเชีย โดยมีนายหลิวหย่งชิง เจ้าหน้าที่แผนกไทยและล่ามภาษาไทย กับนายหลี่เม่า จากสมาคมมิตรภาพวิเทศสัมพันธ์ ทำหน้าที่เป็นล่ามร่วมสนทนาด้วย ประเด็นที่เจรจาเกี่ยวข้องกับท่าทีของแต่ละฝ่ายต่อปัญหาในภูมิภาค ท่าทีของจีนต่อมหาอำนาจต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ตลอดจนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน การพบปะเจรจากันบ่อยครั้งระหว่างนายเตช บุนนาค หัวหน้ากองเอเชียตะวันออก กรมการเมือง และนายเฉิงรุ่ยเซิง รองอธิบดีกรมเอเชีย ของกระทรวงการต่างประเทศจีน ทำให้ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทในเวลาต่อมา

            ต่อมาคณะนักกีฬาปิงปองของไทยจำนวน 17 คน ได้เดินทางไปร่วมประชุมสหภาพเทเบิลเทนนิสแห่งเอเชีย และแข่งขันเพื่อความชนะเลิศแห่งเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา ณ กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม ถึง 7 กันยายน พ.ศ. 2516 โดยมีนายสุธี ประศาสน์วินิจฉัย รองอธิบดีกรมการเมือง และนายโกศล สินธวานนท์ เลขานุการกระทรวงการต่างประเทศ ไปด้วย และได้เข้าพบนายเฉิงรุ่ยเซิง รองอธิบดีกรมเอเชีย เพื่อเจรจาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ โดยมีนายหลิวหย่งชิงกับนายจางจิ่วหวน ล่ามภาษาไทย ร่วมสนทนาด้วย

            การพบปะกันโดยอาศัยกีฬาเป็นสื่อช่วยให้มีความเข้าใจกันมากขึ้นและลดความหวาดระแวงลง การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย จากการศึกษาประชาชนเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย แต่รัฐบาลทหารภายใต้การนำของจอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร ใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม จนนักศึกษาและประชาชนเสียชีวิตหลายร้ายคนใน "เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516" ทำให้รัฐบาลทหารหมดอำนาจ ผู้นำทางทหารลี้ภัยไปต่างประเทศ รัฐบาลรักษาการภายใต้นายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ พยายามประคับประคองสถานการณ์

            การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเปิดโอกาสให้การติดต่อระหว่างไทยกับจีนได้พัฒนาไปสู่การเจรจาในระดับสูง เมื่อไทยประสบกับวิกฤตการณ์น้ำมันที่ขาดแคลนและมีราคาแพง คณะผู้แทนระดับสูงของไทยประกอบด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายแผน วรรณเมธี ปลัดกระทรวงต่างประเทศ นายวิจารณ์ นิวาตวงศ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายอาสา สารสิน เลขานุการเอกนายเตช บุนนาค หัวหน้ากองเอเชียตะวันออก กรมการเมือง พ.ต. พิทย์ อจลบุญ หัวหน้ากองช่างน้ำมัน องค์การเชื้อเพลิง กระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปเยือนจีนระหว่างวันที่ 21 - 28 ธันวาคม พ.ศ. 2516 นับเป็นการเยือนจีนในระดับสูงคือระดับรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก พล.ต. ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เจรจาเพื่อขอชื้อน้ำมันจากจีนจำนวน 50,000 เมตริกตัน ในราคามิตรภาพ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันอันเนื่องมาจากกลุ่มโอเปกขึ้นราคาน้ำมัน ยิ่งไปกว่านั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติที่ 53 ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2516  เพื่อให้การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับจีนดำเนินไปได้

            เฉิงรุ่ยเซิงได้กล่าวถึงการเยือนครั้งนี้ว่า การที่คณะผู้แทนของไทยขอให้ทางการจีนขายน้ำมันในราคา "มิตรภาพ" ซึ่งหมายถึงราคาต่ำกว่าราคาตลาดในต่างประเทศ ทำให้ทางการจีนกังวลเกี่ยวกับราคาที่จีนจะขายให้กับคู่ค้าของจีนอื่น ๆ การพิจารณาเรื่องนี้ได้ขึ้นไปถึงระดับสูงสุดของจีน โดยประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนเหมาเจ๋อตุงเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ อีกทั้งเหมาเจ๋อตุงยังมอบหมายให้นายกรัฐนตรีโจวเอินไหลต้อนรับและเจรจากับ พล.ต. ชาติชาย หัวหน้าคณะผู้แทนของไทย การเจรจาส่งผลให้มีการลงนามในข้อตกลงขายน้ำมันจำนวน 50,000 ตัน แก่ไทยในราคา "มิตรภาพ" นับเป็นความตกลงฉบับแรกระหว่างไทยกับจีน การสนองตอบของจีนส่งผลให้ภาพพจน์ของจีนในสายตาของผู้นำและประชาชนไทยดีขึ้นอย่างมาก

            ใน พ.ศ. 2517 มีคณะผู้แทนไทยอีก 3 คณะเดินทางไปเยือนจีน คือ คณะผู้แทนของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย โดยมี พล.อ.อ. ทวี จุลทรัพย์ เป็นหัวหน้าคณะ และนายเตช บุนนาค เป็นที่ปรึกษา เยือนจีนระหว่าง 7 - 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 และได้เข้าพบแลกเปลี่ยนความคิดกับนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล นายหวางเมิง รัฐมนตรีการกีฬาของสหพันธ์กีฬาทั่วไป นายหลี่เฉียง รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศ และนายหานเนียนหลง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาคณะนักกีฬาบาสเกตบอลไทยไปร่วมแข่งขันในจีนระหว่างวันที่ 7 - 18 เมษายน พ.ศ. 2517 และคณะแพทย์ไทยเดินทางไปศึกษาดูงานในจีน ระหว่างวันที่ 5 - 27 เมษายน พ.ศ. 2517 ส่วนคณะผู้แทนของจีนมาเยือนไทย 3 คณะเช่นกัน คือ คณะนักกีฬาแบดมินตันเยือนไทยระหว่างวันที่ 15 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 คณะนักกีฬาฟุตบอลของจีนเยือนไทยระหว่างวันที่ 5 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 คณะนักกีฬาบาสเกตบอลจีนมาแข่งขันเชื่อมความสันพันธ์ในไทยระหว่าง 4 - 10 ธันวาคม พ.ศ. 2517

            การไปมาหาสู่ที่ขยายตัวขึ้นทำให้ผู้แทนไต้หวันไม่พอใจและพยายามขัดขวางการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ด้วยการกดดันนายกสมาคมพ่อค้าจีน 18 แห่ง ไม่ให้ความร่วมมือกับสมาคมกีฬาบาสเกตบอลในการสนับสนุนการแข่งขันกีฬา ทางการไทยได้เรียนอุปทูตไต้หวันมาพบเพื่อตักเตือนไม่ให้แทรกแซงกิจการภายในของไทย

            ต่อมา พล.ต. ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้นำคณะจากกระทรวงอุตสาหกรรมและองค์การเชื้อเพลิงไปเจรจาเพื่อซื้อน้ำมันเป็นครั้งที่ 2 ระหว่าง 6 - 9 มกราคม พ.ศ. 2518 และได้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล นายหลี่เฉียง รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศ และนายหานเนียนหลง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ

           แม้ว่าการติดต่อไปมาหาสู่ระหว่างไทยกับจีนจะเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมีการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยและจีนในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ลดความหวาดระแวงกัน แต่ผู้นำทางทหารและทางความมั่นคงของไทยหลายคนยังไม่แน่ใจในความจริงใจของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติในขณะนั้นได้กล่าวว่า "ทาง สมช. เห็นความจำเป็นที่จะติดต่อกับจีนเพื่อเจรจา ให้จีนลดการสนับสนุนแก่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกัน สมช. เองก็ต้องทำความเข้าใจกับทหารและข้าราชการที่ทำหน้าที่ด้านความมั่นคงที่ยังคงมองจีนด้วยความหวาดระแวงมาโดยตลอด การอธิบายชี้แจงให้เห็นความจำเป็นในการติดต่อกับจีนเพื่อลดการให้ความช่วยเหลือแก่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย อันจะส่งผลให้ฝ่ายไทยลดการสูญเสียชีวิตของฝ่ายความมั่นคงซึ่งต้องใช้เวลา" ในขณะเดียวกัน เฉิงรุ่ยเซิง ก็มองว่าจีนก็ยังไม่แน่ใจในความต้องการของฝ่ายไทยที่จะเป็นมิตรกับจีน เพราะไทยกับสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์อันยาวนาน

Ref : http://www.dharmniti.co.th/thaizhong/www/issue.php?act=showcontent&id=97