ศาสนาเต๋า
TAOISM

ประวัติความเป็นมา

     เต๋า คือ " ธรรมชาติ หรือ ธรรมชาติผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ "( Great Creating Nature ) เชื่อในความมีอยู่เป็นอยู่ของธรรมชาติ บูชาธรรมชาติ หรือเป็นศาสนาที่เนื่องด้วยธรรมชาติ ศาสนาเต๋านี้เริ่มต้นในฐานะเป็นปรัชญา คือ ไม่มีพิธีกรรม ไม่มีข้อปฏิบัติอะไรเป็นพิเศษมากไปกว่าข้อคิดและคำสอนที่ปรากฏในคัมภีร์เต้าเต็กเก็ง
ศาสนาเต๋าเกิดข้นในช่วงเวลาที่จีนตกอยู่ในภาวะของการมีสงครามภายในประเทศ ในศตวรรษที่ 5 ประเทศจีนถูกแบ่งออกเป็นแคว้นใหญ่ๆหลายแคว้น สังคมจึงมีแต่ความสับสนวุ่นวายแต่ก็นับว่าเป็นโชคดที่เหตุการณ์เลวร้ายต่างๆเหล่านี้เป็นแรงผลักให้นักปราชญ์จีนเริ่มหันมาพัฒนาแนวความคิดทางด้านอภิปรัชญา จนก่อให้เกิดศาสนาใหม่ขึ้น จึงนับว่าศาสนาใหม่นี้มีความสำคัญ ดังนี้
1. ศาสนาเต๋า มีอิทธิพลทำให้สังคมที่มีความสับสนวุ่นวายค่อยๆสงบ
2. ศาสนาเต๋า ทำให้การดำเนินชีวิตของคนในสงคมมีความเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ
3. ศาสนาเต๋า สอนให้คนทำประโยชน์แก่คนอื่นโดยไม่แฝงความเห็นแก่ตัวไว้
4. ศาสนาเต๋า มีอิทธิพลปลี่ยนแปลงแนวความคิดของคนอื่นซึ่งเดิมนับถือภูตผีปีศาจให้เน้นเรื่องอภิปรัชญามากขึ้น และทำให้สังคมของคนจีนเจริญก้าวหน้า

ศาสดา

     เล่าจื๊อ ได้รับการยกย่องให้เป็นศาสดาของศาสนาเต๋า เกิดประมาณปี 604 ก่อน ค.ศ. ในตระกูลแซ่ "ลี้" หมู่บ้านเค็กยิ้นลี้ ตำบลไหล่ จังหวัดโฮนาน ในแผ่นดินกษัตริย์ราชวงศ์จิวหรือเจา เม่อประมาณปี 604 ก่อน ค.ศ. สถานที่เกิดของเล่าจื๊อตามที่กล่าวมานี้ ตรงกับเมืองลูยี (Luyi) ในปัจจุบันอยู่ในตำบลโฮนาน ห่างจากเมืองโปเลียนประมาณ 40 ลี้
      คำว่า "เล่าจื๊อ" แปลว่า ผู้เฒ่า นักประวัติศาสตร์แบ่งเรื่องราวของชีวิตเล่าจื๊อไว้เป็น 3 ระยะ ดังนี้
1. เล่าจื๊อเคยเป็นเจ้าหน้าที่ในราชสำนักสมัยราชวงศ์จิว
2. ขงจื๊อเคยมาเยี่ยมเล่าจื๊อ
3. เล่าจื๊อเดินทางออกจากราชสำนักราชวงศ์จิว
      ในที่สุดเล่าจื๊อก็ได้เดินทางมุงหน้าไปทางทิศตะวันตก บอกกล่าวคำสอนของตัวเองให้คนยามฟังและได้จดไว้ เสร็จแล้วตัวเขาเองก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย คำสอนที่ยามเฝ้าประตูจดจากเล่าจื๊อไว้ คือ คัมภีร์เต้าเต็กเก็ง

คัมภีร์

     คัมภีร์เต้าเต็กเก็ง อาจจะแยกคำได้ดังนี้
เต้า หรือ เต๋า ได้แก่ ทาง
เต็ก ได้แก่ บุญ ความดี หรือคุณธรรม
เก็ง ได้แก่ สูตร หรือวรรณคดีชั้นสูง
      คัมภีร์ที่สำคัญที่สุดของศาสนาเต๋า คือคัมภีร์ เต้าเต็กเก็ง เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงเรื่องเต๋าในหลายลักษณะ มีทั้งหมด 81 บท แปลว่า สัจธรรม คุณธรรมสูตร เพราะมีอยู่ 2 เรื่อง คือ สัจธรรมกับเรื่องคุณธรรม เล่าจื๊อได้กล่าวถึงประมุข เจ้านคร จริยธรรมและการเก็บภาษี เป็นต้น อธิบายได้ดังนี้
1. เต๋า คือ หนทางคุณสมบัติ วิธีการ กฎ จารีต ธรรมชาติ ฯลฯ เป็นพื้นฐานของสรรพสิ่งในโลก เป็นอมตภาวะ ไม่มีเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ทุกสิ่งเกิดขึ้นและดับไปในเต๋า
2. เต๋าที่นำมาขานกันได้ไม่ใช่เต๋าที่แท้จริง นามที่บัญญัติได้ไม่ใช่นามที่แท้จริง อภาวะ คือ ความไม่มีเป็นเบื้องต้นแห่งฟ้าและดิน
3. จากเต๋า หนึ่งก็เกิดขึ้น จากหนึ่งสองก็เกิดขึ้น จากสามสากลโลกถูกสร้างขึ้น เต๋าทำให้เกิดหนึ่ง หนึ่งทำให้เกิดสอง สองทำให้เกิดสาม สามทำให้เกิดสิ่งทั้งปวง

หลักธรรม

     หลักธรรมของศาสนาเต๋าก็คือ การดำรงชีวิตให้กลมกลืนกับธรรมชาติ หรือการพยายามทำให้ถูกหลักของเต๋า ได้แก่ การบำเพ็ญคุณงามความดี ไม่ฟุ้งเอเห่อเหิม อยากเป็นใหญ่เป็นโต ทำจิตใจให้สงบ ถ่อมตัว พยายามอยู่ในที่ต่ำเสมอ สรุปแล้วหลักคำสอนของศาสนาเต๋ามีทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม แต่เน้นหนักไปทางฝ่ายธรรม เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่หลักธรรมคำสอนของศาสนาเต๋า มิได้รับการส่งเสริมสนับสนุนมากพอ แต่กลับไปส่งเสริมและเน้นหนักไปในเรื่องเครื่องรางของขลัง เวทมนต์คาถา และการแสวงหายาอายุวัฒนะ หรือ ยาอมฤต คือ กินแล้วทำให้คนไม่ตาย

นิกาย

     ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 11 แห่งคริสต์ศักราชเป็นต้นมามีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างศาสนาเต๋าฝ่ายใต้กับฝ่ายเหนือ
      กลุ่มของผู้อยู่ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี เป็นพวกนิกายเช้งอิ ซึ่งมีความเชื่อในฤทธานุภาพแห่ง ท่านอาจารย์บนสวรรค์(เทียนจื๊อ) เพราะฉะนั้นบางครั้งนิกายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " นิกายเทียนจื๊อ " ท่านอาจารย์บนสวรรค์ ได้แก่ จางเต้าหลิง ซึ่งถือกันว่าเป็นบูรพาจารย์แห่งศาสาเต๋า ดาบของท่านสามารถฆ่าภูติผีปีศาจ ซึ่งอยู่ไกลถึงพันไมล์ นิกายนี้เชื่อเรื่องคาถาอาคม เช่น ใช้คาถากันฝนตก กันฝนแล้ง ไล่ผี และเข้าทรง พวกที่นับถือนิกายนี้มีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวบ้านทั่วไป และมีครอบครัวต่างจากนักบวชของนิกายฝ่ายเหนือ
      กลุ่มของผู้อยู่ทางเหนือ เป็นพวกนิกายชวนเชน คำสอนของนิกายนี้ คือ ควรดำรงชีพให้กลมกลืนกับธรรมชาติ รักสงบ เป็นอยู่อย่างง่ายๆ ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นได้ดีด้วยการครองชีพแบบนักบวช กลุ่มของนิกายนี้ส่วนใหญ่สละบ้านเรือนออกไปอยู่ในวัด รับประทานอาหารเจ อดอาหารในบางโอกาส และผู้ที่อยู่เป็นนักบวชจะแต่งงานไม่ได้ ดื่มน้ำเมาไม่ได้
     “ นอกจากสองนิกายใหญ่ๆนี้ ยังมีนิกายย่อยๆอีกหลายนิกายซึ่งไม่ค่อยมีความสำคัญนัก บางครั้งนิกายย่อยๆเหล่านี้เรียกว่า นิกายลับ หรือ สมาคมลับ

พิธีกรรม

     พิธีกรรมที่สำคัญ คือ การบูชาบรรพบุรุษ แต่ในปัจจุบันนี้ พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตชาวจีน มักเกี่ยวกับเวทมนตร์คาถา และการปลุกเสก
      นักบวชศาสนาเต๋า ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้ฤกษ์ยาม และวันมงคล ในการประกอบพิธีต่างๆ นักบวชหาเลี้ยงชีพอยู่กับเรื่องวิญญาณ โดยสอนประชาชนให้รับการชำระบาป นอกนั้น นักบวชก็ขายเครื่องรางของขลังป้องกันภูติผีปีศาจ
      ดังนั้น ศาสนาเต๋าที่เคยมีปรัชญาสูง แต่มาเปลี่ยนแปลงไปเกือบหมดสิ้น จึงได้กลายเป็นศาสนาแห่งไสยศาสตร์

สัญลักษณ์

     สัญลักษณ์ของศาสนาเต๋าที่ใช้มีอยู่ 2 อย่าง คือ รูปเล่าจื๊อขี่กระบือ อันหมายถึงการเดินทางครั้งสุดท้ายเมื่อเล่าจื๊อลาออกจากราชการแล้ว ไปพรมแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโฮนาน สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง คือ รูป หยิน - หยาง เช่นเดียวกับศาสนาขงจื๊อ เป็นภาพวงกลมแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่ากันด้วยเส้นเว้า อันหมายถึง ธรรมชาติย่อมมีสิ่งคู่กัน เช่น มืดกับสว่าง หยิน แปลว่า ความมืด ความหนาวเย็น ความอ่อนแอและเพศหญิง ส่วนหยาง หมายถึง ความสว่าง ความร้อน ความเข้มแข็งและเพศชาย

                                                                             

Ref : http://www.geocities.com/Kanokrat_is47/Religion/Taoism.htm 25/09/2008